| ประชาชาติออนไลน์ สุดสัปดาห์ พาผู้อ่านไปพบ คู่รักคู่รส แห่ง พรรคเพื่อไทย “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ กับ “หนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ว่ากันว่า นี่คือ การเชื่อมตระกูลธุรกิจการเมืองเป็นทองแผ่นเดียวกัน บนความร่ำรวยและมั่งคั่ง หลายร้อยล้าน ใครอยากรู้ว่า เขาและเธอ TRUE LOVE หรือไม่รีบอ่านโดยพลัน
ก้าวสู่สภาหินอ่อนด้วยหน้าตาที่สวยหวานตามแบบฉบับสาวเหนือ เพียงสมัยแรกในการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.เชียงราย ก็สามารถเฉิดฉายโลดแล่นเป็นดาวได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเฉพาะความงามที่เธอพกพามาอย่างน่าเอ็นดู ระดับ “นางฟ้า”
“ยิ้มว่ายิ้มยังไม่ได้แจ้งเกิดหรือเป็นดาวสภา คำว่าดาวสภาจะต้องเป็นบุคคลที่เก่งจริงๆ แต่เราถือว่าเราเป็น ส.ส.ใหม่ เพิ่งเข้ามาสมัยแรก แค่เพียงปีกว่าๆ โอเค เรามีความกล้าแล้วก็อยากจะแสดงถึงจุดยืนและวิสัยทัศน์ของเรา เราเชื่อมั่นในข้อมูลที่เรามี ที่จะลุกขึ้นพูดในวันนั้น ยังไม่ได้เรียกว่าเป็นดาวสภา และคิดว่ายังไม่ได้แจ้งเกิด แต่เป็นการแซวเล่นเฉยๆ”
ส.ส.ยิ้ม ที่แจ้งเกิดจากการลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นที่ฮืออาอยู่ระยะหนึ่ง แต่ที่ทำให้ฮือฮามากกว่าการเป็น “นางฟ้า” คือข่าวการประกาศเข้าสู่ประตูวิวาห์ กับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หรือ “หนิม” ส.ส.รุ่นพี่ในพรรคเพื่อไทย จ.เชียงใหม่ ลูกชาย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นับเป็นข่าวดีในช่วงปลายปีของพรรคเพื่อไทย
นี่คือที่มาของ“เตชะอมรธีราวิวัฒน์” หรืออีกนัยหนึ่งคือการดองญาติระหว่างทายาทตระกูลดัง 2 ตระกูล “เตชะธีราวัฒน์” จากเชียงราย กับ “อมรวิวัฒน์” จากเชียงใหม่ “ยิ้ม” เล่าให้ฟังย้อนหลังไปยังวันแรกที่ได้เจอกับ “หนิม” ว่า “รู้จักในฐานะพี่ เขาไปร่วมงาน คือตอนแรกจริงๆ อากง หรือคุณปู่เสียกะทันหันเลย พี่เขาก็ไปร่วมงานศพ แล้วหลังจากนั้นก่อนลงหาเสียงก็ได้รู้จักกัน แล้วก็ให้คำแนะนำ คุณพ่อเป็นคนแนะนำให้รู้จักด้วยซ้ำ เพราะเขาอยู่ในวงการการเมืองด้วยกันนี่คะ คุณพ่อก็เหมือนเป็นรุ่นพี่ พี่หนิมก็เหมือนเป็นรุ่นน้อง เขาเข้ามาได้สมัยนี้เป็นสมัยที่ 3 เราก็เหมือนเป็นรุ่นน้อง เขาก็ให้คำแนะนำ ก็เป็นการผูกมิตรมาโดยตลอด เขาจะให้คำแนะนำให้คำปรึกษาตลอด”
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา “ยิ้ม” เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า มี “หนิม” อยู่เคียงข้างกายในระดับที่เรียกว่า “แฟน” ได้ปีกว่าๆ แล้ว โดยอธิบายชีวิตความรักช่วงนี้ว่า “ทุกคนนะคะถ้ามีคนอยู่ข้างๆเหมือนมีกำลังใจ เราเป็นกำลังใจให้ซึ่งกันและกันมากกว่า โดยเฉพาะพี่เขาเป็นผู้ใหญ่ เขาให้คำแนะนำดีหลายๆเรื่องในการเข้ามาสู่วงการการเมือง เขาเป็นคนมีความรู้ที่สามารถจะสอนเราในงานทางการเมืองได้ค่ะ ก็เรียกได้ว่า ดีใจที่มีคนคอยให้กำลังใจและคอยให้คำปรึกษา” ส.ส.หน้าหวานจาก จ.เชียงราย ปฏิเสธว่าการแต่งงานกับ ส.ส.หนุ่มหนิม จาก จ.เชียงใหม่ เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายฐานเสียงทางการเมือง แต่ต้องถือว่าเป็นเหตุบังเอิญแห่งรักมากกว่า “อันนั้นเขาเรียกว่าแต่งงานทางการเมือง (ฮา) ไม่ใช่คะ คุณพ่อ (วิสาร) สนิทกับคุณพ่อของพี่เขาอยู่แล้ว คือ ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ได้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวเลย ต้องเรียกว่าเป็นเหตุบังเอิญที่ทำให้เรามาเจอกันในรัฐสภา เป็นเหตุบังเอิญที่ครอบครัวเราเป็นนักการเมืองทั้ง 2 ฝ่าย แต่ในอนาคตก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นไปในทางไหน เรียกว่าช่วยกันทำงานมากกว่า” สำหรับ “หนิม” ว่าที่เจ้าบ่าว เมื่อได้ปรึกษา นายสมพงษ์ แล้ว ก็ได้รับคำแนะนำว่า ให้บอกกับสื่อไปเลย เพราะอย่างไรการแต่งงานก็เป็นเรื่องจริง “คงจัดงานแต่งงานที่กรุงเทพ” คือคำยืนยันที่ชัดเจนที่สุดนาทีนี้ของว่าที่เจ้าบ่าว ซึ่งมาคอยให้กำลังใจไม่ห่าง “ประชาชาติออนไลน์” เปิดกระเป๋าเงิน “หนุ่มหนิม” นั้น อู้ฟู่ สมเป็นลูกชาย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ “หนุ่มหนิม” แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เมื่อครั้งที่เข้ารับตำแหน่ง ส.ส. 22 มกราคม 2551 ด้วยมูลค่ามากกว่า 131 ล้านบาท สินทรัพย์ประกอบด้วย เงินฝาก 596,748.82 บาท ,เงินลงทุน 1 ล้านบาท ในบริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จำนวน 1,000 หุ้น นอกจากนี้ยังมีที่ดิน ราคาประเมินแล้ว 114,921,800 บาท ,โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 15 ล้านบาท ,ยานพาหนะ 1 คัน ราคา 1 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นมีทรัพย์สิน 132,518,548.80 บาท ในขณะที่มีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันอื่น 1,371,119.30 บาท ด้านฝั่ง “น้องยิ้ม” วิสาระดี สาวเมืองพาน จ.เชียงราย แจ้งต่อ ปปช.ว่ามีเงินฝาก 844,830.42 บาท,ที่ดิน 1.5 ล้านบาท ,ยานพาหนะ 1 คัน จำนวน 3 ล้านบาท โดยที่ไม่หนี้สิน รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 5,344,830.42 บาท อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ “จุลพันธ์” เป็นหนึ่งใน ส.ส.จำนวน 28 ราย ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาว่าไม่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
หลังจากที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และนายสมคิด หอมเนตร ร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จำนวน 61 ราย เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการต่างๆ ที่เข้าลักษณะต้องห้าม และฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 48 ประกอบมาตรา 265(2) และมาตรา 265(4) ของรัฐธรรมนูญ อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของบุคคลดังกล่าวสิ้นสุดลงตามมาตรา 106(6) ของรัฐธรรมนูญ แม้ว่าล่าสุด กกต. ได้มีมติให้ นายมานิต นพอมรบดี (ผู้ถูกร้องที่ 56) ซึ่งถือหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 หุ้น และ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 ล้านหุ้น พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่า การถือครองหุ้นดังกล่าวของนายมานิต นพอมรบดี เข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 265ประกอบมาตรา 267 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182(7)ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ในขณะที่ “หนุ่มหนิม” รอดหวุดหวิด ถือหุ้นใน TRUE 1,000 หุ้น!!!
.. นี่คือ รักแบบ TRUE LOVE โดยแท้
ข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจออนไลน์ |